Bluebeam Revu 20 สิ้นสุดการสนับสนุนปี 2026 ผู้ใช้งานและองค์กรต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ผู้ใช้งานBluebeam Revu 20 จำเป็นต้องเริ่มตรวจสอบไลเซนส์และวางแผนการใช้งานล่วงหน้า เนื่องจาก Bluebeam ได้กำหนดให้ Revu 20 สิ้นสุดการสนับสนุนอย่างเป็นทางการในปี 2026
กำหนดการสำคัญมีทั้งหมด 2 ช่วง ได้แก่
- วันที่ 31 กรกฎาคม 2026: สิ้นสุดการสนับสนุน หรือ End of Support
- วันที่ 31 ธันวาคม 2026: สิ้นสุดวงจรผลิตภัณฑ์ หรือ End of Life
หลังจากวันสิ้นสุดการสนับสนุน ผู้ใช้งานจะไม่ได้รับบริการช่วยเหลือด้านเทคนิคและไม่สามารถจัดการไลเซนส์ผ่านระบบเดิมได้อย่างเต็มรูปแบบ ส่วนหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2026 โปรแกรม Revu 20 จะไม่สามารถเชื่อมต่อกับ Studio Sessions, Studio Projects และบริการ Cloud ที่เกี่ยวข้องได้อีกต่อไป
ดังนั้น แม้ Revu 20 บางประเภทจะยังเปิดใช้งานบนคอมพิวเตอร์เครื่องเดิมได้ แต่การใช้งานต่อโดยไม่มีแผนอัปเกรดอาจสร้างความเสี่ยงต่อการทำงานของทั้งผู้ใช้งานรายบุคคลและองค์กร
สรุปสั้น ๆ: Bluebeam Revu 20 ยังใช้ได้หลังปี 2026 หรือไม่?
Bluebeam Revu 20 แบบ Perpetual License ที่เปิดใช้งานอยู่บนคอมพิวเตอร์เครื่องเดิมอาจยังสามารถใช้งานแบบ Local ได้ แต่จะไม่สามารถย้ายไลเซนส์ไปยังเครื่องใหม่ได้ตามปกติ และจะไม่สามารถเข้าใช้งาน Studio Sessions หรือ Studio Projects หลังวันที่ 31 ธันวาคม 2026
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันตามประเภทไลเซนส์และสถานะของสัญญา เช่น
- Perpetual License
- Open License
- Enterprise License
- Site License
- Academic License
- Not-for-Resale License
- License ที่ Maintenance หมดอายุ
- License ที่มี Maintenance Contract ยังคงใช้งานอยู่
องค์กรจึงควรตรวจสอบประเภทไลเซนส์ก่อนตัดสินใจว่าจะใช้งานต่อหรือเปลี่ยนไปใช้ Bluebeam Revu 21
Bluebeam Revu 20 End of Support และ End of Life ต่างกันอย่างไร?
คำว่า End of Support และ End of Life มีความหมายแตกต่างกัน ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานควรเข้าใจทั้งสองช่วงเวลาเพื่อวางแผนได้อย่างถูกต้อง
วันที่ 31 กรกฎาคม 2026: End of Support
เมื่อ Revu 20 เข้าสู่สถานะ End of Support บริการสำคัญที่จะสิ้นสุดลง ได้แก่
- การสนับสนุนด้านเทคนิคสำหรับ Revu 20
- การช่วยเหลือกรณีติดตั้งหรือเปิดใช้งานโปรแกรมไม่ได้
- ระบบจัดการไลเซนส์แบบ Self-service
- การ Release Seat จากคอมพิวเตอร์เครื่องเดิม
- การ Reassign License ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่
- การโอนย้ายไลเซนส์กรณีเปลี่ยนอุปกรณ์
- การช่วยเหลือเมื่อคอมพิวเตอร์เสียหรือจำเป็นต้องลงระบบปฏิบัติการใหม่
ไลเซนส์ที่เปิดใช้งานอยู่แล้วอาจยังทำงานบนคอมพิวเตอร์เครื่องเดิมได้ แต่หลังจากวันที่ดังกล่าวจะไม่สามารถรับประกันการย้ายไลเซนส์ไปยังอุปกรณ์อื่นได้
หากเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดความเสียหาย เปลี่ยนเมนบอร์ด เปลี่ยนฮาร์ดแวร์ ลง Windows ใหม่ หรือเปลี่ยนพนักงานผู้ใช้งาน องค์กรอาจไม่สามารถนำสิทธิ์เดิมกลับมาใช้งานได้
วันที่ 31 ธันวาคม 2026: End of Life
หลังวันที่ 31 ธันวาคม 2026 Revu 20 จะเข้าสู่สถานะ End of Life อย่างเต็มรูปแบบ และจะสูญเสียการเข้าถึงบริการออนไลน์ที่สำคัญ ได้แก่
- Studio Sessions
- Studio Projects
- การเข้าร่วม Studio ผ่านระบบ Integration
- API Integration ที่เชื่อมต่อกับ Revu 20
- บริการ Cloud ที่เกี่ยวข้องกับ Revu 20
ผู้ใช้งานอาจยังสามารถเปิดโปรแกรมและใช้งานไฟล์ PDF ภายในเครื่องได้ในบางกรณี แต่จะไม่สามารถทำงานร่วมกับทีมผ่าน Studio ได้อีกต่อไป
ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบจากการสิ้นสุดการสนับสนุน Revu 20?
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ดูแลระบบหรือฝ่ายไอที แต่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานในหลายตำแหน่ง เช่น
- สถาปนิก
- วิศวกร
- ผู้รับเหมา
- ผู้ควบคุมงาน
- ฝ่ายประมาณราคา
- ฝ่ายถอดปริมาณ
- ฝ่ายจัดซื้อ
- เจ้าของโครงการ
- ผู้จัดการโครงการ
- ที่ปรึกษาด้านการก่อสร้าง
- ผู้ใช้งานที่ Review แบบ PDF
- องค์กรที่ใช้ Studio เป็นพื้นที่ทำงานร่วมกัน
หากบุคลากรในโครงการยังใช้ Revu 20 อยู่ การสิ้นสุดบริการ Studio อาจทำให้ไม่สามารถเปิดเอกสาร แสดงความคิดเห็น ตรวจสอบ Markup หรือทำงานพร้อมกับทีมอื่นได้ตาม Workflow เดิม
ผลกระทบตามประเภทไลเซนส์ Bluebeam Revu 20
1. Perpetual License หรือไลเซนส์แบบซื้อขาด
ผู้ใช้งานที่ซื้อ Revu 20 แบบ Perpetual License และเปิดใช้งานโปรแกรมอยู่บนคอมพิวเตอร์เดิม อาจยังสามารถเปิดใช้งานโปรแกรมต่อได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายปี
อย่างไรก็ตาม จะมีข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่
- ไม่ได้รับ Technical Support
- ไม่สามารถรับประกันการย้าย License ไปยังเครื่องใหม่
- ไม่สามารถ Release หรือ Reassign Seat ผ่านระบบเดิม
- ไม่สามารถใช้งาน Studio หลังวันที่ 31 ธันวาคม 2026
- ไม่มีการรับประกันความเข้ากันได้กับ Windows เวอร์ชันใหม่
- ไม่มีการรับประกันการทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่นในอนาคต
- ไม่มีการแก้ไขช่องโหว่หรือปัญหาด้านความปลอดภัยใหม่
หากเครื่องเดิมยังทำงานได้และผู้ใช้งานต้องการเพียงเปิดหรือแก้ไข PDF แบบ Local โปรแกรมอาจยังตอบโจทย์ในระยะสั้น แต่ไม่เหมาะสำหรับการวางระบบใช้งานระยะยาวขององค์กร
2. Open, Enterprise และ Site License
องค์กรที่ใช้ Open License, Enterprise License หรือ Site License ต้องตรวจสอบสถานะอย่างละเอียด โดยเฉพาะกรณีที่องค์กรเคยเปลี่ยนผู้ใช้งานบางส่วนไปใช้ Revu 21 Subscription แล้ว
ไลเซนส์ Revu 20 บางประเภทที่ทำงานควบคู่กับ Subscription อาจถูกยกเลิกการเข้าถึงหลังวันที่ 31 กรกฎาคม 2026
ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้
- ประเภทของ License
- จำนวน Seat ทั้งหมด
- จำนวน Seat ที่เปิดใช้งานจริง
- รายชื่อคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง
- สถานะ Maintenance
- ประวัติการเปลี่ยนจาก Revu 20 ไปเป็น Subscription
- ผู้ใช้งานที่ยังจำเป็นต้องใช้ Revu 20
- ผู้ใช้งานที่ต้องใช้ Studio
3. License ที่ Maintenance หมดอายุ
ไลเซนส์ Revu 20 ที่ Maintenance หมดอายุ รวมถึงไลเซนส์ที่ได้รับฟรีหรือเป็นไลเซนส์ส่งเสริมการขายบางประเภท อาจถูกปิดการเข้าถึงหลังจาก Revu 20 สิ้นสุดการสนับสนุน
องค์กรไม่ควรพิจารณาจากหมายเลขเวอร์ชันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจสอบวันหมดอายุของ Maintenance และเงื่อนไขของสัญญาที่เกี่ยวข้องด้วย
4. Academic License
Revu 20 Academic License จะได้รับผลกระทบจากการสิ้นสุดการสนับสนุนเช่นเดียวกัน ผู้ใช้งานในสถานศึกษา อาจารย์ นักเรียน และนักศึกษาควรตรวจสอบสิทธิ์การใช้งาน Academic Subscription เพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักของการเรียนการสอน
5. Not-for-Resale หรือ NFR License
ไลเซนส์ประเภท Not-for-Resale หรือ NFR ซึ่งมักใช้สำหรับการสาธิต การอบรม หรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย อาจถูกปิดการเข้าถึงเมื่อเข้าสู่ช่วง End of Support
ผู้ถือไลเซนส์ประเภทนี้ควรตรวจสอบสิทธิ์กับผู้จำหน่ายก่อนกำหนดการสิ้นสุดบริการ
6. License ที่มี Active Maintenance Contract
หากองค์กรยังมี Maintenance Contract หรือ Studio Enterprise Contract ที่มีผลอยู่ สิทธิ์การใช้งานอาจดำเนินต่อไปตามข้อตกลงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบรายละเอียดเป็นรายสัญญา เพราะเงื่อนไขของแต่ละองค์กรอาจแตกต่างกัน
ความเสี่ยงของการใช้ Bluebeam Revu 20 ต่อหลังสิ้นสุดการสนับสนุน
ไม่สามารถย้ายไลเซนส์ไปเครื่องใหม่
ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือการไม่สามารถย้ายไลเซนส์ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ได้
ตัวอย่างเหตุการณ์ที่อาจทำให้ต้องย้ายไลเซนส์ ได้แก่
- คอมพิวเตอร์เครื่องเดิมเสีย
- เปลี่ยนเครื่องให้พนักงาน
- พนักงานลาออกหรือเปลี่ยนตำแหน่ง
- เปลี่ยน Hard Disk หรือ Mainboard
- ลง Windows ใหม่
- เปลี่ยนระบบจัดการอุปกรณ์ขององค์กร
- ย้ายการทำงานจากสำนักงานไปยัง Notebook
หลังวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 แม้จะมี Serial Number และ Product Key เดิม ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะนำไลเซนส์ไปติดตั้งบนเครื่องใหม่ได้สำเร็จ
สูญเสียการเข้าถึง Studio Sessions และ Studio Projects
Studio เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับการตรวจสอบแบบและทำงานร่วมกันแบบออนไลน์
เมื่อ Revu 20 ไม่สามารถเชื่อมต่อ Studio ได้ ผู้ใช้งานจะไม่สามารถทำงานต่อไปนี้ผ่านเวอร์ชันเดิมได้
- เข้าร่วม Studio Session
- สร้าง Markup ร่วมกับทีม
- ติดตามความคิดเห็นแบบ Real-time
- ตรวจสอบประวัติการแก้ไข
- จัดเก็บเอกสารใน Studio Projects
- เปิดไฟล์ที่ทีมจัดเก็บไว้บน Studio
- ทำงานร่วมกับผู้รับเหมาและที่ปรึกษาผ่าน Integration
องค์กรที่พึ่งพา Studio เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการอนุมัติแบบควรวางแผนอัปเกรดก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2026
เสี่ยงต่อปัญหาความเข้ากันได้กับ Windows
แม้โปรแกรมอาจยังเปิดใช้งานบนเครื่องเดิม แต่การอัปเดตระบบปฏิบัติการอาจทำให้บางฟังก์ชันทำงานผิดปกติได้ เช่น
- เปิดโปรแกรมไม่ได้
- โปรแกรมปิดตัวเอง
- แสดงผล PDF ไม่ถูกต้อง
- ฟอนต์ผิดเพี้ยน
- พิมพ์แบบไม่ได้
- Plug-in ไม่ทำงาน
- เชื่อมต่อ Microsoft Office ไม่ได้
- เชื่อมต่อ Microsoft Office ไม่ได้
- เชื่อมต่อโปรแกรม CAD ไม่ได้
- Driver เครื่องพิมพ์ไม่รองรับ
เมื่อผลิตภัณฑ์สิ้นสุดวงจรแล้ว จะไม่มีการรับประกันว่าจะมี Patch หรือ Hotfix สำหรับแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคต
ความเสี่ยงด้าน Cybersecurity
ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับการสนับสนุนอาจไม่ได้รับการแก้ไขช่องโหว่ใหม่ เมื่อใช้งานต่อในระบบองค์กรจึงอาจเพิ่มความเสี่ยงด้าน
- การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
- การรั่วไหลของเอกสารโครงการ
- Malware หรือ Ransomware
- การเชื่อมต่อ API ที่ไม่ปลอดภัย
- การไม่ผ่านข้อกำหนดด้าน IT Security
- การไม่ผ่านการตรวจสอบ Software Compliance
องค์กรภาครัฐ บริษัทขนาดใหญ่ และองค์กรที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยควรให้ฝ่ายไอทีประเมินความเสี่ยงก่อนใช้งานต่อ
กระทบต่อความต่อเนื่องของโครงการ
หาก Revu 20 หยุดทำงานในระหว่างโครงการ อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการ
- ตรวจสอบแบบ
- ส่งเอกสาร
- อนุมัติงาน
- ถอดปริมาณ
- ประมาณราคา
- ตรวจรับงาน
- ติดตาม Defect
- สื่อสารระหว่างสำนักงานและหน้างาน
การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงจากการต้องเปลี่ยนระบบอย่างเร่งด่วนในช่วงที่โครงการกำลังดำเนินงาน
วิธีตรวจสอบว่ากำลังใช้ Bluebeam Revu เวอร์ชันใด
หาก Revu 20 หยุดทำงานในระหว่างโครงการ อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการ
- 1.เปิดโปรแกรม Bluebeam Revu
- 2.เลือกเมนู Revu
- 3.เลือก About
- 4.ตรวจสอบหมายเลขเวอร์ชันบริเวณด้านบนของหน้าต่าง
สำหรับโปรแกรมเวอร์ชันเก่า สามารถเข้าไปที่เมนู Help และเลือก About
อีกวิธีหนึ่งคือการตรวจสอบผ่าน Bluebeam Administrator
- 1.เปิด Bluebeam Revu
- 2.ไปที่เมนู Revu
- 3.เลือก Administrator
- 4.เลือก Help
- 5.เลือก About Administrator
- 6.ตรวจสอบหมายเลขเวอร์ชันที่แสดงบนหน้าจอ
หากหมายเลขเวอร์ชันขึ้นต้นด้วยเลข 20 แสดงว่ากำลังใช้งาน Bluebeam Revu 20 และได้รับผลกระทบจากกำหนดการ End of Support ปี 2026
ก่อนวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 ควรดำเนินการอะไรบ้าง?
องค์กรที่ยังใช้งาน Revu 20 ควรดำเนินการต่อไปนี้ก่อนระบบจัดการไลเซนส์แบบเดิมสิ้นสุดลง
สำรวจจำนวนไลเซนส์ทั้งหมด
จัดทำรายการข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
- Serial Number
- Product Key
- ประเภท License
- Edition ที่ใช้งาน
- จำนวน Seat
- จำนวน Seat ที่ถูกใช้งาน
- ชื่อผู้ใช้งาน
- ชื่อคอมพิวเตอร์
- แผนกของผู้ใช้งาน
- วันหมดอายุ Maintenance
- โครงการที่กำลังใช้งาน
- ความจำเป็นในการใช้ Studio
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรประเมินจำนวน Subscription ที่ต้องซื้อได้แม่นยำขึ้น
Release License ที่ไม่ได้ใช้งาน
หากมี Revu 20 ติดตั้งอยู่บนเครื่องเก่า เครื่องสำรอง หรือเครื่องของพนักงานที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ควรดำเนินการ Release หรือ Unregister License ก่อนวันที่ 31 กรกฎาคม 2026
ไม่ควรรอจนคอมพิวเตอร์เสียหรือไม่สามารถเปิดเครื่องได้ เพราะอาจทำให้ไม่สามารถเรียกคืน Seat ได้ตามปกติ
สำรองข้อมูลและการตั้งค่า
ก่อนติดตั้ง Revu 21 ควรสำรององค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับ Workflow ขององค์กร เช่น
- Tool Chest
- Profile
- Custom Stamp
- Custom Tool Set
- Hatch Pattern
- Custom Column
- Preferences
- Script
- Template
- การตั้งค่าการวัด
- รายการ Markup มาตรฐาน
- ไฟล์ PDF ที่จัดเก็บในเครื่อง
- เอกสารที่อยู่ใน Studio Projects
การสำรองข้อมูลช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเริ่มทำงานบนระบบใหม่ได้เร็วขึ้น
ตรวจสอบคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการ
ตรวจสอบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานรองรับ Revu 21 และมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการทำงานกับไฟล์แบบขนาดใหญ่
ควรพิจารณาเรื่องต่อไปนี้
- ระบบปฏิบัติการ Windows
- CPU
- RAM
- พื้นที่จัดเก็บข้อมูล
- การ์ดจอ
- ความละเอียดของหน้าจอ
- Internet Connection
- Firewall
- Proxy
- Antivirus
- Plug-in ที่ต้องใช้งานร่วมกับโปรแกรมอื่น
ทดสอบกับกลุ่มผู้ใช้งานขนาดเล็ก
ไม่ควรเปลี่ยนระบบพร้อมกันทั้งองค์กรโดยไม่ได้ทดสอบ ควรเลือกผู้ใช้งานจากแต่ละแผนกมาทดลองใช้งานก่อน เช่น
- ฝ่ายออกแบบ
- ฝ่ายวิศวกรรม
- ฝ่ายประมาณราคา
- ฝ่ายควบคุมงาน
- ฝ่ายไอที
จากนั้นทดสอบการเปิดไฟล์เดิม การพิมพ์ การวัด การใช้ Tool Chest การเชื่อมต่อ Studio และการทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่น
ทางเลือกหลัง Bluebeam Revu 20 สิ้นสุดการสนับสนุน
ทางเลือกหลักสำหรับผู้ใช้งาน Revu 20 คือการเปลี่ยนไปใช้ Bluebeam Revu 21 ซึ่งให้บริการในรูปแบบ Subscription
ระบบ Subscription ใช้การเข้าสู่ระบบด้วย Bluebeam ID หรือ BBID แทนการลงทะเบียนด้วย Serial Number และ Product Key แบบเดิม
ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้งานผ่านระบบบริหารจัดการส่วนกลาง ช่วยให้เพิ่ม เปลี่ยน หรือลบผู้ใช้งานได้สะดวกกว่าไลเซนส์แบบติดตั้งประจำเครื่อง
Bluebeam Subscription มีแผนอะไรบ้าง?
ปัจจุบัน Bluebeam มีแผน Subscription หลัก ได้แก่ Basics, Core, Complete และ Max โดยองค์กรสามารถเลือกแผนที่แตกต่างกันให้ผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มได้
Bluebeam Basics
เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการจัดการเอกสารและทำ Markup พื้นฐาน เช่น
- สร้างและเปิดไฟล์ PDF
- แก้ไขเอกสาร PDF
- เพิ่มข้อความ รูปทรง และสัญลักษณ์
- วัดระยะและพื้นที่
- เข้าร่วม Studio Collaboration
- ตรวจสอบความคิดเห็นในเอกสาร
เหมาะกับเจ้าหน้าที่เอกสาร ผู้ตรวจสอบทั่วไป หรือผู้ใช้งานที่ไม่ได้สร้าง Session เอง
Bluebeam Core
เหมาะสำหรับสถาปนิก วิศวกร ผู้ควบคุมงาน และผู้จัดการโครงการที่ต้องการเครื่องมือระดับมืออาชีพ เช่น
- Markup สำหรับไฟล์ PDF แบบ 2D และ 3D
- วัด Perimeter, Count, Angle และ Volume
- Overlay Drawing
- Compare Drawing
- สร้างและจัดการ Studio Collaboration
- เครื่องมือและ Workflow สำหรับ CAD
- บริหารเอกสารโครงการร่วมกับทีม
Bluebeam Complete
เหมาะสำหรับฝ่ายประมาณราคา ถอดปริมาณ และองค์กรที่ต้องการระบบอัตโนมัติเพิ่มเติม เช่น
- Dynamic Fill
- Quantity Link กับ Microsoft Excel
- Advanced Markup Reporting
- Batch Link
- Batch Slip Sheet
- Batch Signatures and Seals
- Scripting Commands
- การทำงานแบบ Batch กับเอกสารจำนวนมาก
Bluebeam Max
เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความสามารถขั้นสูงและเครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ Workflow เช่น
- AI Drawing Review
- AI Drawing Comparison
- AI Multi-view Stitching
- Magic Markups
- การเชื่อมต่อ AI ผ่านระบบ Integration
- Workflow ขั้นสูงสำหรับงานออกแบบและก่อสร้าง
- การเชื่อมต่อ Studio Sessions กับระบบงานที่เกี่ยวข้อง
ฟีเจอร์ของแต่ละแผนอาจได้รับการปรับปรุงตามช่วงเวลา องค์กรควรประเมินจากลักษณะงานจริงก่อนเลือกใช้งาน
ควรเลือก Bluebeam Plan อย่างไรให้เหมาะกับผู้ใช้งาน?
องค์กรไม่จำเป็นต้องซื้อแผนเดียวกันให้พนักงานทุกคน สามารถแบ่งผู้ใช้งานตามหน้าที่ได้ เช่น
- ผู้เปิดเอกสารและทำ Markup ทั่วไป เลือก Basics
- สถาปนิกและวิศวกร เลือก Core
- ฝ่ายถอดปริมาณและประมาณราคา เลือก Complete
- ทีมที่ต้องการ AI และ Workflow ขั้นสูง เลือก Max
การแบ่งผู้ใช้งานตามลักษณะงานช่วยลดค่าใช้จ่ายและทำให้แต่ละคนได้รับเครื่องมือที่เหมาะสม
Checklist สำหรับการอัปเกรดจาก Revu 20 ไป Revu 21
ขั้นที่ 1: ตรวจสอบระบบปัจจุบัน
- ตรวจสอบจำนวน License
- ตรวจสอบประเภท License
- ตรวจสอบสถานะ Maintenance
- ตรวจสอบรายชื่อผู้ใช้งาน
- ตรวจสอบเครื่องที่ติดตั้ง
- ตรวจสอบ Workflow ที่ใช้งาน
- ตรวจสอบ Studio Projects และ Sessions
- ตรวจสอบ Plug-in และ Integration
ขั้นที่ 2: แบ่งกลุ่มผู้ใช้งาน
แยกผู้ใช้งานตามหน้าที่และฟีเจอร์ที่จำเป็น เพื่อเลือก Basics, Core, Complete หรือ Max ได้เหมาะสม
ขั้นที่ 3: เตรียม Bluebeam ID
รวบรวมอีเมลของพนักงานที่จะใช้งาน และเตรียมสร้าง Bluebeam ID สำหรับเข้าสู่ระบบ Revu 21
ควรใช้อีเมลองค์กรเพื่อให้สามารถจัดการสิทธิ์และเปลี่ยนผู้ใช้งานได้สะดวก
ขั้นที่ 4: สำรองการตั้งค่า
สำรอง Tool Chest, Profile, Stamp, Template และการตั้งค่าเฉพาะก่อนติดตั้งระบบใหม่
ขั้นที่ 5: ทดสอบระบบ
เลือกกลุ่ม Pilot User เพื่อทดสอบการใช้งาน Revu 21 กับไฟล์และ Workflow จริงขององค์กร
ขั้นที่ 6: วางแผนติดตั้ง
กำหนดวันติดตั้ง แผนกที่ต้องดำเนินการก่อน และช่องทางช่วยเหลือผู้ใช้งานระหว่างเปลี่ยนระบบ
ขั้นที่ 7: อบรมผู้ใช้งาน
จัดอบรมเกี่ยวกับการเข้าสู่ระบบ การจัดการไฟล์ การใช้งาน Studio และฟีเจอร์ใหม่ที่แตกต่างจาก Revu 20
ขั้นที่ 8: ติดตามผลหลังใช้งาน
ตรวจสอบปัญหาหลังการติดตั้ง รวมถึงสิทธิ์ผู้ใช้งาน การเชื่อมต่อ Studio และการนำ Tool Chest เดิมกลับมาใช้งาน
จำเป็นต้องอัปเกรดเป็น Revu 21 ทันทีหรือไม่?
ผู้ใช้งาน Perpetual License ที่ทำงานแบบ Local บนเครื่องเดิมอาจยังไม่จำเป็นต้องหยุดใช้ Revu 20 ทันที แต่ควรเริ่มวางแผนอัปเกรด โดยเฉพาะเมื่อมีสถานการณ์ดังต่อไปนี้
- มีแผนเปลี่ยนคอมพิวเตอร์
- จำเป็นต้องลง Windows ใหม่
- ต้องใช้งาน Studio
- ต้องทำงานร่วมกับลูกค้าหรือผู้รับเหมา
- ต้องปฏิบัติตามนโยบาย Cybersecurity
- ต้องการใช้งานผ่าน Web หรือ Mobile
- ต้องการจัดการผู้ใช้งานจากส่วนกลาง
- มีผู้ใช้งานจำนวนมาก
- มีโครงการที่ต้องดำเนินต่อหลังปี 2026
หากตรงกับเงื่อนไขเหล่านี้ ควรดำเนินการก่อนถึงวันสิ้นสุดการสนับสนุน เพื่อป้องกันการหยุดชะงักของงาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Bluebeam Revu 20 End of Support
Bluebeam Revu 20 หยุดใช้งานวันไหน?
Revu 20 สิ้นสุดการสนับสนุนวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 และเข้าสู่สถานะ End of Life วันที่ 31 ธันวาคม 2026
หลังวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 ยังเปิด Revu 20 ได้หรือไม่?
Perpetual License ที่เปิดใช้งานอยู่บนคอมพิวเตอร์เครื่องเดิมอาจยังเปิดใช้งานได้ แต่จะไม่ได้รับ Technical Support และไม่สามารถย้ายไลเซนส์ไปยังเครื่องอื่นได้ตามปกติ
หลังวันที่ 31 ธันวาคม 2026 ยังใช้ Studio ได้หรือไม่?
ไม่ได้ Revu 20 จะสูญเสียการเข้าถึง Studio Sessions, Studio Projects และ Integration ที่เกี่ยวข้องหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2026
ถ้าคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง Revu 20 เสียต้องทำอย่างไร?
หลังวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 จะไม่สามารถรับประกันการ Release หรือย้ายไลเซนส์ไปยังเครื่องใหม่ได้ ผู้ใช้งานอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้ Bluebeam Subscription
Revu 20 แบบซื้อขาดยังใช้ได้ตลอดไปหรือไม่?
อาจยังใช้งานแบบ Local บนเครื่องเดิมได้ แต่ไม่มีการรับประกันด้านการสนับสนุน ความปลอดภัย ความเข้ากันได้ หรือการย้ายไลเซนส์ในอนาคต
Revu 21 ใช้ Serial Number และ Product Key หรือไม่?
Revu 21 ใช้ระบบ Subscription และเข้าสู่ระบบด้วย Bluebeam ID หรือ BBID แทนการลงทะเบียนด้วย Serial Number และ Product Key แบบเดิม
สามารถใช้ Revu 20 และ Revu 21 พร้อมกันได้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับประเภทไลเซนส์และเงื่อนไขการเปลี่ยนไปใช้ Subscription องค์กรควรตรวจสอบสิทธิ์ก่อนติดตั้งใช้งานควบคู่กัน
Bluebeam Subscription เลือกแผนต่างกันในองค์กรได้หรือไม่?
ได้ องค์กรสามารถเลือก Basics, Core, Complete หรือ Max ให้เหมาะกับหน้าที่ของผู้ใช้งานแต่ละคนหรือแต่ละแผนก
ควรอัปเกรดก่อนวันไหน?
ควรวางแผนและจัดการไลเซนส์เดิมให้เรียบร้อยก่อนวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 และควรย้ายผู้ใช้งานที่ต้องใช้ Studio ให้เสร็จก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2026
สรุป
การสิ้นสุดการสนับสนุน Bluebeam Revu 20 ไม่ได้หมายความว่าโปรแกรมทุกชุดจะหยุดทำงานทันที แต่หมายถึงการสิ้นสุดบริการช่วยเหลือ การจัดการไลเซนส์แบบเดิม และการเชื่อมต่อกับ Studio ตามกำหนดการที่ประกาศไว้
วันที่สำคัญที่ผู้ใช้งานต้องจดจำคือ
- 31 กรกฎาคม 2026: สิ้นสุด Technical Support และการจัดการไลเซนส์แบบเดิม
- 31 ธันวาคม 2026: สิ้นสุดการเข้าถึง Studio Sessions, Studio Projects และบริการ Cloud ที่เกี่ยวข้อง
องค์กรที่ยังใช้ Revu 20 ควรตรวจสอบประเภทไลเซนส์ สำรองการตั้งค่า Release Seat ที่ไม่ได้ใช้งาน และประเมินแผน Subscription ที่เหมาะสมก่อนถึงกำหนด
การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงจากคอมพิวเตอร์เสีย การย้ายไลเซนส์ไม่ได้ การเข้าถึง Studio ถูกระงับ และการหยุดชะงักของโครงการ
หากไม่แน่ใจว่าไลเซนส์ Bluebeam Revu 20 ที่ใช้งานอยู่จะได้รับผลกระทบอย่างไร สามารถติดต่อทีมงานของเราเพื่อช่วยตรวจสอบประเภทไลเซนส์ ประเมินจำนวนผู้ใช้งาน และวางแผนเปลี่ยนไปใช้ Bluebeam Revu 21 ให้เหมาะกับ Workflow และงบประมาณขององค์กร